กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search
ธงชัยเฉลิมพลประจำกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (นายทหารเชิญธงแต่งกายเต็มยศรักษาพระองค์ของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์)

กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เป็นหน่วยทหารสืบเนื่องมาแต่โบราณ เดิมคือผู้มีหน้าที่รักษาการณ์ในวัง รัชกาลที่ 4 ให้ฝึกวิชาทหารเพื่อที่จะทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น และตั้งเป็นกองทหารรักษาพระบรมมหาราชวัง หรือกองทหารล้อมวัง เครื่องแบบเต็มยศสีน้ำเงินก็น่าจะมาจากสีของเครื่องแบบกรมวัง , ฝ่ายรักษาวัง รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งสถาปนาเป็นสยามมกุฏราชกุมาร เป็นพันเอกพิเศษ ของกรมทหารล้อมวังนี้[1] ซึ่งทำให้หน่วย ร.11 รอ. มีความผูกพันกับรัชกาลที่ 6

ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงขึ้นครองราชย์ฯ ก็ทรงรับเป็นผู้บังคับการพิเศษของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งสีประจำพระองค์คือสีน้ำเงิน ปัจจุบัน ร.11 รอ.ก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ในสายรัชกาลที่ 6 เช่นเข้าเฝ้าสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ ในเวลาอันควร[2]

Contents

ประวัติหน่วย

เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2445 (ร.ศ.121) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ จัดตั้ง กรมทหารราบที่ 2 ล้อมวังขึ้น มีหน้าที่รักษาการณ์ในเขตพระราชฐานชั้นนอก โดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการพิเศษและทรงพระยศเป็นพันเอกพิเศษของกรมนี้

  • พ.ศ. 2451 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เปลี่ยนชื่อ กรมทหารราบที่ 2 ล้อมวัง เป็น กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2470 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ได้ถูกแปรสภาพเป็น กรมทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2475 ได้ถูกยุบหน่วย ยังผลให้ กองพันที่ 1, กองพันที่ 2, และกองพันที่ 3 ต้องแปรสภาพเป็นกองพันทหารบกราบที่ 4 (ร.พัน.4) กองพันทหารบกราบที่ 5 (ร.พัน.5) กองพันทหารบกราบที่ 6 (ร.พัน.6) ตามลำดับ
  • พ.ศ. 2485 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพบก ได้จัดตั้งกรมทหารราบที่ 2 ขึ้นอีก โดยรับกำลังจากกองพันทหารราบที่ 2 (ร.พัน.2), กองพันทหารราบที่ 7 (ร.พัน.7) และกองพันทหารราบที่ 45 (ร.พัน.45) ส่วนกองบังคับการกรม ได้จัดตั้งขึ้นที่กองพันทหารราบที่ 7 ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลบางซื่อ จังหวัดพระนคร
  • พ.ศ. 2488 กองทัพบกได้แปรสภาพ กรมทหารราบที่ 2 เป็น กรมทหารราบที่ 11 และมียอดกำลัง คือ กองพันที่ 1 (ร.พัน.2) กองพันที่ 2 (ร.พัน.7) กองพันที่ 3 (ร.พัน.45) และ กองพันที่ 4 (ร.พัน.37)
  • พ.ศ. 2492 ในระหว่างที่ พันเอกถนอม กิตติขจร เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ด้วยความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์และด้วยความวิริยะเพื่อที่จะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมทหารราบที่ 11 จึงได้เป็นหน่วยรักษาพระองค์เช่นเดิม
  • พ.ศ. 2498 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ได้ย้ายจากบางซื่อมาตั้งอยู่ ณ กิโลเมตรที่ 17 ถนนพหลโยธินฝั่งตะวันออก ตำบลอนุสาวรีย์ อำเภอบางเขน ในการเข้าที่ตั้งแห่งใหม่นี้กำลังพลทั้งสิ้นตั้งแต่ ผู้บังคับการกรม (พันเอกประยูร หนุนภักดี) ลงไปจนถึงพลทหาร ได้พร้อมใจกันเดินด้วยเท้าในการเข้าที่ตั้งแห่งใหม่ กองพันที่ 1 (ร.11 พัน.1 รอ.) และ กองพันที่ 2 (ร.11 พัน.2 รอ.) ที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณเดียวกันกับกองบังคับการกรม ส่วนกองพันที่ 3 (ร.11 พัน.3 รอ.) และกองพันที่ 4 (ร.11 พัน.4 รอ.) ได้เข้าที่ตั้ง ณ จังหวัดเพชรบุรี ต่อมากองทัพบกได้แปรสภาพกองพันที่ 4 (ร.11 พัน.4 รอ.) เป็นกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2500

กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ตั้งอยู่ ณ กิโลเมตรที่ 17 ถนนพหลโยธินฝั่งตะวันออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยกองพันทหารราบที่ 1 (ร.11 พัน.1 รอ.) และกองพันทหารราบที่ 2 (ร.11 พัน.2 รอ.) ตั้งอยู่ ณ บริเวณเดียวกันกับกองบังคับการกรม ส่วนกองพันทหารราบที่ 3 (ร.11 พัน.3 รอ.) ตั้งอยู่ ณ จังหวัดเพชรบุรี

เกียรติประวัติ

กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ได้เคยสร้างเกียรติประวัติอย่างสูงส่งไว้แก่หน่วย จนเป็นที่เชื่อถือของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น นอกจากนี้แล้ว ยังได้สร้างความอบอุ่น ความเชื่อถือแก่ประชาชนชาวไทยตลอดมา ซึ่งเป็นเกียรติประวัติครั้งสำคัญในอดีตที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

  • พ.ศ. 2476 เข้าร่วมปราบปรามกบฎพระองค์เจ้าบวรเดช
  • พ.ศ. 2483 – พ.ศ. 2485 เข้าร่วมทำการรบในกรณีพิพาทอินโดจีน
  • พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2488 เข้าร่วมทำการรบในสงครามมหาเอเซียบูรพา
  • พ.ศ. 2492 ได้ปราบปรามคณะก่อการจราจลกบฎวังหลวงเป็นผลสำเร็จ
  • พ.ศ. 2494 ได้ปราบปรามกบฎแมนฮัตตัน "คณะกู้ชาติ" เป็นผลสำเร็จ
  • พ.ศ. 2512 ส่งกำลังเข้าปราบปราม ผกค. ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย ในยุทธการภูขวาง โดยมี พันเอกยุทธศักดิ์ คล่องตรวจโรค เป็นผู้บังคับการกรม และพันโทนิยม ศันสนาคม เป็นผู้บังกองพันเฉพาะกิจ
  • พ.ศ. 2515 นำกำลังเข้าปราบปราม ผกค. ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย โดยมี พันเอกณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้บังคับการกรม พันโทธีรวัฒน์ เอมะสุวรรณ, พันโทนิยม ศันสนาคม และพันโทธนิต ทรรพนันทน์ เป็นผู้บังกองพันที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ
  • พ.ศ. 2519 - พ.ศ. 2520 จัดกำลัง ร.11 พัน.3 รอ. และจาก ร.11 พัน.2 รอ. สนับสนุน ทภ.4 ปราบปราม ขบวนการก่อการร้ายภาคใต้ในพื้นที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี พันโทเผด็จ วัฒนะภูติ เป็นผู้บังคับกองพัน
  • พ.ศ. 2522 จัดกำลัง ร.11 พัน.1 รอ. สนับสนุน ทภ.1 ในการป้องกันประเทศชายแดนด้านทิศตะวันออกของจังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พันโทศักดิ์ศรี แข็งแรง เป็นผู้บังคับกองพัน
  • พ.ศ. 2523 - พ.ศ. 2524 จัดกำลัง ร.11 รอ. ทั้ง 3 กองพัน. สนับสนุนราชการตามแผนป้องกันประเทศตามแนวชายแดน อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พันเอกอิสระพงศ์ หนุนภักดี เป็นผู้บังคับการกรม
  • พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2530 จัดกำลัง ร.11 พัน.3 รอ. สนับสนุน ทภ.1 ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามแผนป้องกันประเทศตามแนวชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันอำเถออรัญประเทศอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว) โดยมี พันโทรณยุทธ ฤทธิฦๅชัย เป็นผู้บังคับกองพัน
  • พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2545 จัดกำลัง ฉก.ร.11 รอ. สนับสนุน ทภ.1 ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามแผนป้องกันประเทศตามแนวชายแดนฝั่งตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี พันเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นผู้บังคับ ฉก.ร.11 รอ.

ภารกิจปกติ

  1. การถวายอารักขาและความปลอดภัยแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งการยกย่องและเทิดเกียรติในทุกโอกาส
  2. การรักษาความสงบภายใน ป้องกันและปราบปรามการก่อการไม่สงบ ระวังป้องกันที่ตั้งและบุคคลสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบใจกลางกรุงเทพมหานคร
  3. การป้องกันประเทศจากการรุกรานภายนอกบริเวณแนวชายแดนไทย
  4. การปฏิบัติการจิตวิทยาและการช่วยเหลือประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์ และความเข้าใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชน

ดูเพิ่มเติม

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ราชกิจจานุเบกษา
  2. กระทู้จากเว็บบอร์ด CRMA42

Insert non-formatted text here