กองทัพภาคที่ 4

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

กองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4) ของกองทัพบกไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ตั้งกองบัญชาการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีศูนย์บัญชาการส่วนหน้าอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เพื่อดูแลปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ หน่วยรบที่สำคัญ คือ

Contents

ประวัติ

พุทธศักราช ๒๔๘๔ ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษ และอเมริกา ญี่ปุ่นได้เคลื่อนย้ายกำลังทั้งทางบกและทางทะเลเข้ามาทางด้านประเทศไทย โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ ๘ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๘ ธ.ค.๘๔) ญี่ปุ่นได้ส่งเรือรบและเรือลำเลียงยกพลขึ้นบกแถบทะเลทางภาคใต้ คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร,สุราษฏร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา และปัตตานี มีความมุ่งหมายที่จะขอเดินทัพผ่านประเทศไทยเพื่อไปรบกับอังกฤษ แต่เนื่องจากฝ่ายเราไม่ได้รับทราบนโยบายและคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใด เกิดการเข้าใจผิดได้ทำการต่อสู้กันขึ้นทุกแห่ง ตามหน้าที่ของเราที่พึงมีต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะที่บ้านท่าแพ ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของค่ายวชิราวุธหรือตลาดท่าแพในปัจจุบัน เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ จนถึงเวลา ๑๐๐๐ นาฬิกา ผู้บัญชาการมณทลทหารบกที่ ๖ ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบกทางโทรเลข “ว่าให้ระงับการต่อต้านและปล่อยให้ญี่ปุ่นผ่านไป เวลานี้รัฐบาลกำลังเจรจากันอยู่ ” เมื่อได้รับคำสั่งเช่นนี้จึงระงับการต่อสู้ และได้ส่ง เสนาธิการมณทลทหารบกที่ ๖ ( พันเอกหลวงสวัสดิ์ กลยุทธ) เป็นหัวหน้าคณะเจรจากับผู้บัญชาการของทหารญี่ปุ่นในแนวหน้าเมื่อได้ตกลงปรับความเข้าใจกันแล้วจึงให้ญี่ปุ่นผ่านไป ผลการต่อสู้กันที่บ้านท่าแพ ในครั้งนั้น

ฝ่ายเราเสียชีวิต ๓๙ นาย(นายทหาร ๓ นาย นายสิบ ๔ นาย พลทหาร ๓๒ นาย) ฝ่ายญี่ปุ่นเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากการสูญเสียทั่วภาคใต้ฝ่ายเราได้เสียชีวิต ๑๑๖ นาย

ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ยุติลงแล้ว พันเอกหลวง เสนาณรงค์ ผู้บัญชาการมณทลทหารบกที่ ๖ พร้อมด้วยชาวไทยในภาคใต้ได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นและแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบเป็นรูปทหารแต่งเครื่องสนามรบถือปืนอยู่ในท่าแทงปืนโตประมาณ ๒ เท่าตัวคนทาสีดำหันหน้าไปทางบ้านท่าแพ บริเวณที่ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ปัจจุบันอนุสาวรีย์นี้ตั้ง ณ บริเวณพื้นที่ที่มีการรบกันอย่างรุนแรงจนถึงขั้นตลุมบอน การก่อสร้างตบแต่งแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๘ เดือนธันวาคม ๒๔๙๒ ในนามอนุสาวรีย์นี้ว่า “อนุสาวรีย์วีรไทย พ.ศ.๒๔๘๔“ ด้วยเหตุนี้ทางราชการจึงกำหนดเอาวันที่ ๘ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงวีรกรรมผู้กล้าหาญ เรียกว่า วันวีรไทย สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

พุทธศักราช ๒๔๘๖ มณทลทหารบกที่ ๖ได้แปรสภาพเป็น “กองพลที่ ๖ และมณทลทหารบกที่ ๖“มีหน่วยบังคับบัญชา ดังนี้

  • กรมทหารราบที่ ๑๗ (ประกอบด้วย พัน.ร.๓๘,๓๙ และ๔๐)จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • กรมทหารราบที่ ๑๘ (ประกอบด้วย พัน.ร.๕,๔๑ และ ๔๒) จังหวัดสงขลา
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๓ จังหวัดสงขลา
  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๕ จังหวัดนครศรีธรรมราช

พุทธศักราช ๒๔๘๘ ได้ยุบหน่วยทหารบางหน่วยกองพลที่ ๖ และมณทลทหารบกที่ ๖ แปรสภาพเป็น “มณทลทหารบกที่ ๖“ อย่างเดียว และต่อมา ๓๑ ธันวาคม ๒๔๘๘ เปลี่ยนชื่อ มณทลทหารบกที่ ๖ เป็น “กองพลที่ ๕ และมณทลทหารบกที่ ๕ “

พุทธศักราช ๒๔๙๑ ทางราชการได้จัดตั้ง กรมทหารราบที่ ๑๕ ขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และย้ายไปอยู่ที่ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พุทธศักราช ๒๔๙๔ กองพลที่ ๕ และมณทลทหารบกที่ ๕ ได้รับพระราชทานนามค่ายว่า " ค่ายวชิราวุธ "ตามแจ้งความกองทัพบกที่ ๑๕/๑๒๑๒๓ ลง ๘ สิงหาคม๒๔๙๔ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่องค์พระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งทรงสถาปนาหน่วยทหารในภาคใต้เป็นพระองค์แรก พุทธศักราช ๒๔๙๕ กรมทหารราบที่ ๑๕ ที่ย้ายไปอยู่ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ให้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมทหารราบที่ ๕ เมื่อ ๑๔ มกราคม ๒๔๙๕

พุทธศักราช ๒๔๙๘ เปลี่ยนชื่อจาก กรมทหารราบที่ ๕ เป็นกรมผสมที่ ๕ พุทธศักราช ๒๕๐๐ เปลี่ยนชื่อกองพลที่ ๕ และมณทลทหารบกที่๕ เป็นมณทลทหารบกที่ ๕ อย่างเดียว เมื่อ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐

พุทธศักราช ๒๕๐๐ แผนกกรมการรักษาดินแดน จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากการบังคับบัญชาไว้กับมณทลทหารบกที่ ๕

พุทธศักราช ๒๕๐๖ ตั้งหน่วย หมวดสื่อสารที่ ๕และกองร้อยสรรพาวุธที่ ๕ สนับสนุนกรมผสมที่ ๕ และกองพยาบาลมณทลทหารบกที่ ๕ แปรสภาพเป็นโรงพยาบาลมณทลทหารบกที่ ๕

พุทธศักราช ๒๕๐๙ กองทัพบกอนุมัติให้จัดตั้งกองพันผสมปัตตานี ตั้งที่ ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเคลื่อนย้ายกำลังเข้าที่ตั้งถาวร ที่ค่ายอิงธยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พุทธศักราช ๒๕๑๐ แผนกการฝึกกรมการรักษาดินแดน (รด.)โอนมาเป็นหน่วยขึ้นตรงมณทลทหารบกที่ ๕

พุทธศักราช ๒๕๑๐ กองพันผสมปัตตานี แปรสภาพเป็นกองพันที่๔กรมผสมที่ ๕ ขึ้นการควบคุมบังคับบัญชากับ กรมผสมที่ ๕ ในขณะนั้นมีหน่วยขึ้นตรง ๔ กองพัน คือ

  1. กองพันที่ ๑ กรมผสมที่ ๕ ที่จังหวัดชุมพรร
  2. กองพันที่ ๒ กรมผสมที่ ๕ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
  3. กองพันที่ ๓ กรมผสมที่ ๕ ที่จังหวัดสงขลา
  4. กองพันที่ ๔ กรมผสมที่ ๕ ที่จังหวัดปัตตานี

ต่อมาพุทธศักราช ๒๕๑๖ กองทัพบกได้ขยายหน่วยทางภาคใต้เป็น ๒ กรมผสม คือ

  1. กรมผสมที่ ๕ ตั้งอยู่ที่เดิม คือ ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  2. กรมผสมที่ ๑๕ ตั้งที่ ค่ายวชิราวุธอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชและแปรสภาพกองพันต่าง ๆ ของ กรมผสมที่ ๕ แบ่งมอบการบังคับบัญชาให้กับกรมผสมทั้ง ๒ กรมผสม ดังนี้
    • กองพันที่ ๑ กรมผสมที่ ๕ เปลี่ยนเป็น กองพันที่ ๑ กรมผสมที่ ๑๕
    • กองพันที่ ๒ กรมผสมที่ ๕ เปลี่ยนเป็น กองพันที่ ๒ กรมผสมที่ ๑๕
    • กองพันที่ ๓ กรมผสมที่ ๕ เปลี่ยนเป็น กองพันที่ ๑ กรมผสมที่ ๕
    • . กองพันที่ ๔ กรมผสมที่ ๕ เปลี่ยนเป็น กองพันที่ ๒ กรมผสมที่ ๕

พุทธศักราช ๒๕๑๘ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ตั้งกองทัพภาคที่ ๔

๕ พฤษภาคม ๒๕๑๘ ตั้งกองพลที่ ๕ ที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อมาย้ายเข้า พื้นที่ที่บ้านกะปาง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๒ และเปลี่ยนชื่อเป็น กองพลทหารราบที่ ๕

พุทธศักราช ๒๕๑๙ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๙ ตั้งกองพันที่ ๓ กรมผสมที่ ๕ ณ ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แล้วย้ายไปอยู่ค่ายสิรินธรอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๑ ตั้ง กองพันที่ ๖ กรมผสมที่ ๑๕ ที่ บ้านกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๕ เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๕ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๙ ตั้ง กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๕ บ้านสวนตูลตำบลรูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๕ เมื่อ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๒๒๘ เมษายน ๒๕๑๙ ตั้ง กองพันที่ ๓ กรมผสมที่ ๑๕ ที่ค่ายวชิราวุธ เป็นหน่วยขึ้นตรง กรมผสมที่ ๑๕ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๕ เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมทหารราบที่ ๒๕ เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๕

พุทธศักราช ๒๕๒๐ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๐ มณทลทหารบกที่ ๕ โอน โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ มาขึ้นการบังคับบัญชากับกองทัพภาคที่ ๔

พุทธศักราช ๒๕๒๑ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๑ ย้าย กองพันที่ ๓ กรมผสมที่ ๕ จากค่ายเสนาณรงค์อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปอยู่ที่ ค่ายศิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๕ เมื่อ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๒ ถึงปัจจุบัน๙ มีนาคม ๒๕๒๑ ตั้งหน่วย กองพลทหารปืนใหญ่ที่ ๕ ที่ตั้งค่ายวชิราวุธต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กรม ทหารปืนใหญ่ที่ ๕ เมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ถึงปัจจุบัน

รายนาม แม่ทัพ กองทัพภาคที่ 4


ยศทหาร เป็นยศขณะดำรงตำแหน่ง ในวงเล็บเป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

ทัพภาค ทัพภาค