คำนูณ สิทธิสมาน
From Thailand Political Base
เป็นอดีตเลขาธิการศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ในยุค 14 ตุลา โดยเขามีโอกาสแทรกตัวเข้ามาจากวิกฤติความแตกแยกขบวนนักศึกษา ระหว่าง ศนท. และ "กลุ่มอิสระ" ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในช่วงนั้น กลุ่มอิสระ (บางปีก) ก่อตั้งองค์กรใหม่ เช่น "สหพันธ์นักศึกษาเสรีแห่งประเทศไทย" (สนท.) โดยมี เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นแกนนำคนแรก แต่แม้ว่าจะมีการจัดตั้งองค์กรใหม่ แต่ตำแหน่งภายใน ศนท. ยังไม่ลงตัว โดย สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (ซึ่งเป็นเลขาฯ ศนท. ในปี 2516) ไม่ยอมให้กลุ่มนักศึกษาที่เขาเรียกว่าเป็น "เด็กจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" เข้ามายึดศูนย์ จึงทำให้ตำแหน่งเลขาฯ ศนท. เว้นว่างไปหนึ่งปี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2518 โดยมองหาคนกลางเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งก็คือ "คำนูณ สิทธิสมาน" นั่นเอง ในตอนนั้น คำนูณ เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 อายุ 19 ปี และยังดำรงตำแหน่งกรรมการ อมธ. ฝ่ายสาราณียากร[1]
ก่อนเข้าเรียนธรรมศาสตร์ คำนูญ สิทธิสมาน เคยเป็นประธานชุมนุมภาษาไทย ของโรงเรียนสวนกุหลาบ[2] เมื่อเข้าไปในธรรมศาสตร์, น่าจะยังไม่มีความคิดการเมืองนัก เพิ่งตื่นตัวการเมืองจากเหตุการณ์ 14 ตุลาในปีที่เขาเข้า มธ. ตอนแรกเข้ามธ. ก็เข้าไปร่วมกับพรรคพลังธรรม (ของนศ.มธ. ไม่ใช่ พรรคที่จำลองมาตั้งชื่อ) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายของ นศ. ตอนนั้น พรรคนี้ ก็เช่นเดียวกับขบวนการนักศึกษา อยู่ในกระบวนการของการรับอิทธิพลของ พคท.เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คือยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้น แต่แล้ว พรรคนี้ก็เกิดขัดแย้งภายใน แยกตัวออกเป็นพรรค "แนวประชา" ซึ่งคุณคำนูญ เขาก็แยกตัวออกไปด้วย "แนวประชา" นำโดยคุณ วิจิตร ศรีสังข์ ได้รับอิทธิพลทางความคิดของ ผิน บัวอ่อน (ซึ่งใช้นามปากกาว่า "อำนาจ ยุทธวิวัฒน์") อดีตกรมการเมือง ซึ่งแยกตัวออกมาจากพคท.หลายปีก่อนหน้านั้น (แต่ยังยืนยันว่า ตัวเองเป็น มาร์กซิสต์-เลนินิสต์-เหมาอิสต์)
ในแง่นี้ คำนูญ จึงเรียนรู้ "มาร์กซิสม์" หรือ เรียนรู้การเป็นฝ่ายซ้าย จากกระแสด้านแอนตี้ พคท. (มากกว่า กระแส พคท.) แต่แรก
ภายหลัง "แนวประชา" ได้หันกลับมาในแนวทางเดียวกับ "พลังธรรม" คือแนวทาง พคท. แต่คำนูญ เป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่ไม่ได้หันกลับมา คือ ยังอยู่ในกระแส แอนตี้ พคท. (แบบผิน) มาตลอด แม้แต่เมื่อเขาออกไปประกอบอาชีพเป็น นัก นสพ.แล้ว หลัง 6 ตุลา ไม่นาน เขาได้รับผิดชอบทำ "ข่าวไทยนิกร" โดยทีชื่อเขา ไม่อยู่ในกอง บ.ก.เลย คือทำแบบ "ลับ" อยู่ "หลังฉาก" หนังสือนี้ มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์โจมตี พคท.อย่างหนัก ช่วงนี้ เข้าใจว่า คือช่วงที่ คำนูญใกล้ชิด ร่วมงาน (ตีพคท.) กับผินมากที่สุด
หลัง ไทยนิกร หลัง พคท.ล้มแล้ว คำนูญ ก็ยังทำหนังสือต่างๆต่อไป เช่น สู่อนาคต ข่าวจตุรัส และ ผู้จัดการ พร้อมกับการล่มสลายของ พคท. และของการตอ่สู้ทางอุดมการณ์ในช่วงนั้น คำนูญ ก็คงลดด้านที่เป็น "ซ้ายแอนตี้พคท." (คือ แอนตี้ พคท. แต่ยังเป็น ซ้าย) ลงไปด้วย แต่ด้านที่เขา แอนตี้ พคท. หรือ ซ้ายแนวทาง พคท. เท่าที่สังเกต ก็ไม่หายไป[3]
คำนูณเข้ามาทำงาน “ผู้จัดการรายสัปดาห์” สร้างสรรค์ Section “ปริทรรศน์” ร่วมกับรุ่งมณี เมฆโสภณเมื่อปลายปี 2531 คนทำปริทรรศน์ยุคนั้นที่ดัง ๆ อีกคนก็คือแคน สาริกา และอนุสรณ์ ธรรมใจ (ก่อนไปเรียนต่อโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา)[4]
ในช่วงการขับไล่ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร เขาถือเป็นผู้มีบทบาทหลักผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เขาเล่าไว้ในหนังสือจากจากเสื้อเหลืองถึงผ้าพันคอสีฟ้า ที่เขาเขียนเองเอาไว้ว่า สนธิ ลิ้มทองกุล เย้าเขาเล่นว่าเขาเป็น กุนซือใหญ่ และเป็นผู้บงการเรื่องทั้งหมด แต่เขาอยู่เบื้องหลังคำขวัญและแนวทางการเคลื่อนไหวตลอดเวลา น่าเชื่อว่าแม้แต่คำขวัญ "เอาประเทศไทยคืนมา" มีลายมือของเขาอยู่อย่างเด่นชัด[5]
ช่วงระยะหลังการรัฐประหารเขาพยายามโจมตีการบริหารงานของ พล.อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ก็พยายามรักษาแนวทางการต่อต้าน พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทยเอาไว้ ด้วยแนวทางนี้ เขาได้เขียนบทความขึ้นมาเพื่อโจมตี ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์[6] และต่อมา ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อเตือนให้นึกถึงแนวทางของ ศ. ดร. หยุด แสงอุทัย[7]
แต่ภายหลังเขาก็ยังคงเขียนบทความโดยอาศัยพล็อต คอมฯอารมณ์ค้าง และทุนนิยมเหิมเกริม[8] ซึ่งคำนูณชี้ว่า เขาหมายถึงกลุ่มคนที่เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในช่วง 30 ปีก่อน ทั้งสองกลุ่มโคจรมาพบกันเมื่อมีการตั้งพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งเมื่อปี 2541
ต่อมาเขาได้อาศัยแนวทางนี้ทำการอภิปรายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อโจมตีรัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ว่าไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดิน ในการดำเนินการกับผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ[9] อ่านบทวิพากษ์ปรากฎการณ์นี้ได้ในประชาธิปไตยที่เนื้อตัวยังสั่นเทา[10]
ช่วงที่มีการเลือกตั้ง สว. (แบบสรรหา) เขาได้ยุติการเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ (หน้ากระดานเรียงห้า) และจัดรายการยามเฝ้าแผ่นดินทาง astv[11] เนื่องจากได้รับเสนอชื่อเพื่อเตรียมเข้าดำรงตำแหน่งสว. แต่งตั้งที่จะถึง ในนามมูลนิธิส่งเสริมนโยบายศึกษา[12]
ต่อมาเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สว. (สรรหา) จากภาควิชาการ และกลับมาเขียนคอลัมน์และจัดรายการตามปกติ
Contents |
ข้อมูลทั่วไป
- วันเดือนปีเกิด : 6 พฤษภาคม 2498
- ที่อยู่ : 11/8 หมู่ 19 หมู่บ้านดุสิษตาลัย ถ.บางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
- ชื่อบิดา-มารดา : นายเพิ่ม สิทธิสมาน และ นางประสพ สิทธิสมาน
- สถานภาพครอบครัว : สมรสแล้ว กับ นางสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน (เป็น บก.บริหาร นิตยสาร Mother & Care บมจ. GM Multimedia) มีบุตรสองคน คือ ดช. สรวง สิทธิสมาน และ ดช. สิน สิทธิสมาน
- โทรศัพท์ (บ้าน) : 02 447 9274
- โทรศัพท์ (มือถือ) : 085 152 5252
- อีเมลล์ : kamnoon@manager.co.th
ประสบการณ์ทางการเมือง
- เป็นคอลัมนิสต์ ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเล่ากันว่าเขาอยู่ภายใต้เบื้องหลังนามปากกา เซี่ยงเส้าหลง ซึ่งมีการเขียนร่วมกันหลายคน, เขามีคอลัมน์เขาในชื่อจริง ในชุด"หน้ากระดานเรียงห้า" ที่มีการเขียนร่วมกับ สำราญ รอดเพชร อีกด้วย
- เป็นกรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
- 2549 - 2550 : ภายหลังการรัฐประหารได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สมาชิกสภานิติบัญญัติสายกลุ่มผู้จัดการที่ได้รับแต่งตั้งในคราวเดียวกันนี้ อีกคนหนึ่งคือ สำราญ รอดเพชร ) และถือเป็นมืออภิปรายหลักในการโจมตีรัฐบาล พล.อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ หลายครั้ง
- 2551 : ดำรงตำแหน่ง สว. (สรรหา)
อ้างอิง
- ↑ คนตุลาตายแล้ว , สำนักพิมพ์สาริกา, แคน สาริกา
- ↑ เว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน : "โต้กระแสทวนประวัติศาสตร์" โดยสุมิตร วงศ์สามัญ
- ↑ โพสต์ตอบของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน
- ↑ คุณถาม-พายัพตอบ
- ↑ deja vu ทักษิณ VS นายกฯพระราชทาน, พิบูล-เผ่า VS สฤษดิ์
- ↑ ‘ประชาธิปไตยมหาชน’ ที่ปวงชนใช้อำนาจอธิปไตยด้วยตัวเอง !!
- ↑ จดหมายเปิดผนึกจาก ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’
- ↑ ไม่ใช่แค่ปลดป๋าเปรม แต่ไม่เอาองคมนตรี, ทรัพย์สินฯ และ ฯลฯ
- ↑ สนช.จี้ “ขิงแก่”เอาจริงปราบขบวนการหมิ่นสถาบัน
- ↑ ประชาธิปไตยที่เนื้อตัวยังสั่นเทา
- ↑ เรื่องจริง...
- ↑ บทความ สุรีย์ มิ่งวรรณลักษณ์ : ผู้นำภาคประชาชน : คุณคือใคร?
