บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด
From Thailand Political Base
บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการบริหารสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย ที่รู้จักกันในนามช่อง 7 สีปัจจุบัน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมวิทยุและโทรทัศน์ของกองทัพบก ยุคจอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยนางเรวดี เทียนประภาส ผู้ก่อตั้ง ได้ยื่นขอจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2510 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 หมื่นบาท
เกือบจะเรียกได้ว่า จอมพลประภาสตั้งสถานีโทรทัศน์ให้เป็นสมบัติของฝ่ายภรรยาก็ได้
เพราะนอกจากนางเรวดีแล้ว ผู้ริเริ่มบริษัทคนอื่นประกอบด้วย คุณหญิงไสว จารุเสถียร (ภรรยาจอมพลประภาส ซึ่งเป็นพี่สาวของเรวดี) ร.อ.ชูศักดิ์ บุณยกะลิน นายเฑียร์ กรรณสูต (น้องสามีของเรวดี คือสุชาติ กรรณสูตที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2501) นายชาติเชื้อ กรรณสูต (บุตรชายคนโต) ร.ท.ชายชาญ กรรณสูต (บุตรชายคนที่สองที่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลเทียนประภาสของแม่เมื่อปี 2517) และนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ (บุตรสาวคนเล็ก) โดยมอบให้นายสมภพ (ชื่อขณะนั้น) ศรีสมวงศ์ เป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับกรมทะเบียน
การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2510 ได้มีมติให้คุณหญิงไสว จารุเสถียร เป็นประธานกรรมการบริษัท นายชวน รัตนรักษ์ เป็นรองประธานกรรมการ นางเรวดี เทียนประภาส เป็นกรรมการผู้จัดการ โดยกรรมการของบริษัทชุดแรก นอกจากบุคคลทั้ง 3 ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็มีนายเฑียร์ นายชาติเชื้อ ร.อ.ชูศักดิ์ และร.ท.ชายชาญ
Contents |
การขยายสถานี
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สิ้นสุดยุคเรืองอำนาจของจอมพลถนอมและจอมพลประภาส ซึ่งกระทบไปถึงการเปลี่ยนแปลงในช่อง 7 สีด้วย
ในเดือนมิถุนายน 2517 ท่านผู้หญิงไสว ประธานกรรมการบริษัทได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ร้อยเอกหญิงสุมิตรา จารุเสถียร จึงเข้ามาเป็นกรรมการแทน พร้อมกับควบตำแหน่งรองประธานกรรมการด้วย ส่วนตำแหน่งประธานกรรมการ ตกเป็นของ ชวน รัตนรักษ์
ในช่วงที่ชายชาญขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการ เขามุ่งมั่นมากในเรื่องของการขยายเครือข่ายช่อง 7 สีให้กว้างไกลยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านั้นเมื่อประมาณปี 2514 ช่อง 7 ได้ลงมือก่อสร้างสถานีถ่ายทอดที่สระบุรีและลพบุรี ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายขอบเขตการส่งภาพได้ไกลจากเดิมอีก 8 จังหวัด คือ นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และอุทัยธานี รวมทั้งมีการสร้างห้องส่งใหม่ เพื่อขยายเวลาการออกอากาศเพิ่มและผลิตรายการสดมากขึ้นด้วย
ผลงานชิ้นโบแดงของชายชาญก็คือ โครงการขยายกิจการโทรทัศน์จากส่วนกลางสู่ส่วนภูมิภาค ด้วยการสร้างสถานีหลักอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 1 สถานี และสถานีรองในส่วนภูมิภาค 9 สถานี ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา จันทบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ หลังจากนั้นจะทำการสำรวจเพื่อสร้างสถานีบริวารให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท[1]
สถานภาพในปัจจุบัน
ปัจจุบันบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ผู้บริหาร มีทุนจดทะเบียน 61 ล้านบาท มีกรรมการ 11 คน โดยมีกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันกับบริษัทได้คือ “กฤตย์ รัตนรักษ์” ประธานกรรมการ หรือ ร.อ.หญิง สุมิตรา จารุเสถียร และ 2 ใน 9 คนร่วมลงลายมือชื่อคือ สุรางค์ เปรมปรีดิ์ น.ส.ชัชฎาภรณ์ รักษนาเวศ นายไพโรจน์ เปรมปรีดิ์ ร.อ.สุพจน์ แสงสายัณห์ นายเชิดศักดิ์ ตันสกุล สุดธิดา รัตนรักษ์ ชะลอ นาคอ่อน เจริญ จิรวิศัลย์
ฐานะการเงิน เมื่อปี 2547 มีสินทรัพย์ 14,061 ล้านบาท ปี 2549 มี 17,667 ล้านบาท มีหนี้สิน 1,153 ล้านบาท มีรายได้ปี 2547 มูลค่า 4,726 ล้านบาท กำไร 1,694 ล้านบาท ปี 2549 ทำได้ 5,580 ล้านบาท และกำไร 2,106 ล้านบาท[2]
ปี 2550 มีรายได้ 5,057,310,684 บาท กำไร 2,121,407,690 บาท ทุนจดทะเบียน 61,000,000 บาท หรือจำนวน 610,000 หุ้น[3]
ข้อมูลพื้นฐาน
- ที่อยู่ : 998/1 ซอยร่วมศิริมิตร ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
- วัตถุประสงค์ : รับโฆษณาโทรทัศน์
Time Line
- ปี 2510 จอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบกช่วงนั้นให้ตั้งสถานีโทรทัศน์แห่งแรก หรือช่อง 7
- 13 กันยายน 2510 นางเรวดี เทียนประภาส ที่สมรสกับนายสุชาติ กรรณสูต ในฐานะน้องภรรยาจอมพลประภาส ยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์ บริหารช่อง 7 มีผู้ก่อตั้งคือ นายเฑียร์ น้องชายของนายสุชาติ บุตรชายและบุตรสาว คือ ชาติเชื้อ ร.ท.ชายชาญ และสุรางค์ จัดสรรหุ้นใหญ่ที่มี 1,000 หุ้นทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาทเฉลี่ย ให้ครอบครัว กรรณสูต จารุเสถียร และเทียนประภาส และมีนายชวน รัตนรักษ์ บิดาของ “กฤตย์” ถือหุ้น 50 หุ้น เพราะมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจอมพลประภาสมาก่อน
- 27 พ.ย.2510 เปิดสถานีถ่ายทอดสดประกวดนางสาวไทย
- ปี 2513-2523 มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจากการเสียชีวิตของผู้ถือหุ้นบางคน
- ปี 2522 เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้าน เป็น 50 ล้านบาท “รัตน์รักษ์” กลายเป็นถือหุ้นใหญ่
- ปี 2524 “สุรางค์” เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายรายการ
- ปี 2527 เพิ่มทุนเป็น 61 ล้านบาท
- ปี 2536 “กฤตย์” รับตำแหน่งประธานกรรมการแทนบิดา
- ปี 2537 “สุรางค์” เป็นกรรมการรองผู้จัดการ
- ปี 2541 “สุรางค์” เป็นกรรมการผู้จัดการ
- ปี 2545-2548 “ชาลอต” ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด
- ปี 2550 “กฤตย์” ขายหุ้นในแบงก์กรุงศรีฯ และเข้าบริหารในช่อง 7 มากขึ้นมีการโยกย้ายผู้บริหารภายใน
- 2 มกราคม 2551 แต่งตั้ง “สมพงษ์ อัชฌานุเคราะห์” เป็นผู้จัดการฝ่ายรายการแทน “คุณสุรางค์”
- 3 มีนาคม 2551 แต่งตั้ง “สมเกียรติ เจริญภิญโญยิ่ง” เป็นรักษาการผู้จัดการฝ่ายข่าว