สิงหนาท โพธิ์กล่ำ

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search
พันเอกสิงหนาท  โพธิ์กล่ำ
พันเอกสิงหนาท โพธิ์กล่ำ

พันเอกสิงหนาท โพธิ์กล่ำ (ชื่อเดิม "เฉียบ") อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ไวยาวัจกรวัดคุ้งตะเภาคนปัจจุบัน

พันเอกสิงหนาท โพธิ์กล่ำ เกิดเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 ที่บ้านตำบลโพธิ์งาม อำเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท บิดาชื่อ นายสมบุญ โพธิ์กล่ำ มารดาชื่อ นางสำรวย โพธิ์กล่ำ มี พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 8 คน โดยพ.อ.สิงหนาท นั้นเป็นบุตรคนโต มีน้องชาย 4 คน น้องหญิง 4 คน (น้องชายรับราชการ 3 คน น้องผู้หญิงรับราชการ 1 คน)

พันเอกสิงหนาท ได้สมรสกับ อาจารย์สมบัติ เลี้ยงประเสริฐ มีบุตรชาย 1 คน คือ พันตรีพณศธร โพธิ์กล่ำ (ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรุงเทพมหานคร)

พันเอกสิงหนาท เข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่ โรงเรียนประชาบาลวัดตึก อำเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จนจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และได้เข้ารับการศึกษาต่อจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมือง จังหวัดสิงหบุรี (รุ่นปี 2497)

ต่อมาได้เข้ารับราชการทหาร โดยได้รับประดับยศในชั้นแรกที่สิบโท ต่อมาได้ร่วมรบเพื่อรักษาอธิปไตยและเพื่อประเทศชาติในหลายเหตุการณ์เช่น ร่วมรบในสงครามเวียดนาม, การปราบปรามคอมมิวนิสต์ที่จังหวัดน่าน, การราชการชายแดนด้านประเทศพม่า เป็นต้น จนได้รับเหรียญบำเหน็จกล้าหาญ (ช.ส.) และ ได้รับยศทางทหารสูงขึ้นมาโดยลำดับ พันเอกสิงหนาท ได้รับราชการทหารเรื่อยมาจนเกษียณอายุราชการในยศพันเอก ในปี 2540 รวมอายุรับราชการ 54 ปี

เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว พันเอกสิงหนาท ได้ช่วยเหลือสนับสนุนกิจการของหมู่บ้านและชุมชนในตำบลคุ้งตะเภาหลายตำแหน่ง เช่น ประธานประชาคมหมู่ 4 ประธานกตร.หมู่ 4 ประธานปราบปรามยาเสพติดหมู่ 4

สำหรับวัด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นไวยาวัจกรวัดคุ้งตะเภา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2544 จน ถึงปัจจุบัน ระหว่างเป็นไวยาวัจกรได้ร่วมดำเนินการอันเป็นประโยชน์ทางด้านสาธารณูปการแก่ วัดและสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนมากมาย เช่น การก่อสร้างซุ้มประตูวัดคุ้งตะเภา, เมรุมณฑปจัตุรมุข, ศาลาเอนกประสงค์, ศาลาการเปรียญ, กุฎิ, ห้องน้ำและถนน เป็นต้น

ส่วนโรงเรียนบ้านคุ้งตะเภา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาและกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นอกจากนี้ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานชมรมข้าราชการบำนาญจังหวัดทหารบก อุตรดิตถ์ 2 สมัย และหัวหน้าศูนย์ประสานงานทหารนอกประจำการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน[1]

Contents

การศึกษาก่อนเข้ารับราชการ

  • ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชาบาลวัดตึก อำเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
  • มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม อำเภออินทรบุรี จังหวัดสิงหบุรี
  • มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม อำเภออินทรบุรี จังหวัดสิงหบุรี
  • มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประจำจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมือง จังหวัดสิงหบุรี (รุ่นปี 2497)


การศึกษาหลังเข้ารับราชการทหาร

  • โรงเรียนยานเกราะกองทัพบก หลักสูตรนักเรียนนายสิบ
  • โรงเรียนทหารม้ายานเกราะ หลักสูตรช่างซ่มบำรุงล้อ
  • โรงเรียนทหารม้า หลักสูตรนายสิบอาวุโส รุ่น 1
  • โรงเรียนทหารม้า หลักสูตรชั้นนายร้อย
  • โรงเรียนทหารม้า หลักสูตรชั้นนายพัน
  • กองภาษาต่างประเทศ กรมยุทธศึกษาทหารบก หลักสูตรภาษาพม่า รุ่น 1และหลักสูตรต่าง ๆ ของโรงเรียนทหารม้าอีกหลายหลักสูตร


ตำแหน่งในการรับราชการ

  • เสมียนกองบัญชาการโรงเรียนยานเกราะ กรุงเทพมหานคร
  • นายสิบกำลังพล โรงเรียนทหารม้ายานเกราะ
  • นายทหารซ่อมบำรุง ร้อยม.ยานเกราะ พันม.ยานเกราะ กองพลทหารอาสาสมัคร ประเทศเวียดนาม
  • ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายกำลังพล กรมทหารม้าที่ 2 จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ผู้บังคับกองร้อยนายทหารนักเรียน พันนักเรียน กรมนักเรียน โรงเรียนทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี
  • ประจำแผนกธุรการและกำลังพล โรงเรียนทหารม้า จังหวัดสระบุรี
  • หัวหน้าธุรการและกำลังพล โรงเรียนทหารม้า จังหวัดสระบุรี
  • นายทหารกำลังพล โรงเรียนทหารม้า จังหวัดสระบุรี
  • ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา กองเลขานุการกองทัพบก กรุงเทพมหานคร
  • ประจำจังหวัดทหารบกสระบุรี และโอนมารับบำนาญจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ เมื่อ พ.ศ. 2540 เนื่องจากเกษียณอายุราชการ

รวมอายุรับราชการ 42 ปี รวมวันทวีคูณอีก 12 ปี รวมทั้งสิ้น 54 ปี รับบำนาญเดือนละ 30,780 บาท


ราชการพิเศษ

  • ราชการสงครามประเทศเวียดนาม 1 ปี
  • ราชการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จังหวัดน่าน 2 ปี
  • ราชการชายแดนด้านประเทศพม่า 1 ปี


เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • เหรียญบำเหน็จกล้าหาญชัยสมรภูมิ (การรบสงคราม ณ สาธารณรัฐเวียดนาม)
  • เหรียญราชการชายแดน
  • เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2
  • เบญจมาภรณ์ ช้างเผือก
  • จตุรถาภรณ์ มงกุฎไทย
  • จตุรถาภรณ์ ช้างเผือก
  • ตริตาภรณ์ มงกุฎไทย
  • ตริตาภรณ์ ช้างเผือก
  • ทวีติยาภรณ์ มงกุฎไทย

ยศทางทหาร

  • สิบโท 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2499
  • สิบเอก 1 มกราคม พ.ศ.2503
  • จ่าสิบตรี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2506
  • จ่าสิบโท 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507
  • จ่าสิบเอก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2508
  • ร้อยตรี 13 ตุลาคม พ.ศ. 2512
  • ร้ อยโท 1 ตุลาคม พ.ศ. 2513
  • ร้อยเอก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2517
  • พันตรี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2522
  • พันโท 1 ตุลาคม พ.ศ. 2526
  • พันเอก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2538

อ้างอิง

  1. ประวัติพันเอกสิงหนาท โพธิ์กล่ำ. เว็บไซต์ประวัติไวยาวัจกรวัดคุ้งตะเภา. เรียกข้อมูลเมื่อ 24-6-52


ข้อมูลเพิ่มเติม